google-site-verification: google9cf070265b3d5b7d.html
ภาษาไทย
เข้าสู่ระบบ!! บทความ


สถิติของเวบไซต์
เปิดเวบเมื่อ 08/08/2556
ปรับปรุงเวบเมื่อ 14/12/2561
ผู้ชมทั้งหมด
สินค้าทั้งหมด 698


หมวดหมู่สินค้า/บริการ
ดัชนีราคา
รวมทุกหมวดหมู่ (698)
Active Winch (แอคทีฟ)
Kingone Winch (คิงค์วัน )
Sure Winch (ชัวร์ )
Top speed winch
อะไหล่วินซ์ อุปกรณ์วินซ์
เต็นท์ อุปกรณ์แคมป์ปิ้ง
สินค้าออฟโรด ตกแต่ง
ถาดวินซ์
แบตเตอรี่ ออฟโรด โหลดหนัก
ไฮลิพ Farm Jack ที่ยึดและอุปกรณ์
Free lock สเปเซอร์
ปากนกแก้ว หางลาก สามเหลี่ยมลากแข็ง
กันชน PIAK Rayong
บันไดข้าง โรลบาร์ แร็ค โทว์บาร์ Piak
กันชน YAK Pull off
กันชน Piak Jungle
กันชนเหล็ก หลายค่าย หลายรุ่น
กันชนท้าย สำหรับติดวินซ์ได้ และทั่วไป
กันชนทรงบาจา 4street
Roof Box TWE
กันชนเหล็ก บันไดข้าง แร็ค Rock Country
บันไดข้างอัตโนมัติ
Roof Rack SUV VX80 นำเข้า
แม็ก ออฟโรด
กระทะออฟโรด 5รู
กระทะออฟโรด 6รู
ยางตะขาบ SIMEX Xtreme
ยางตะขาบ Silverstone AT MUD
ยางตะขาบ Giti xtreme
ยาง Cooper Discoverer STT Pro
ยาง Cooper discoverer AT3
ยาง BF Goodrich KO KO2 KM2
ยาง MAXXIS Trepador M8060
ยาง MAXXIS AT Mud
ยาง MICKEY THOMPSON
ยาง Bridgestone
ยาง KING COBRA ยาง ก.
ยางออฟโรด ค้างปี
ชุดยก2นิ้วด้วยโช้ค
ชุดยก 2นิ้วและอุปกรณ์
ชุดยก BTV
ชุดยก UNICORN
แหนบ บูชหูแหนบ ปีกนกปรับองศา
โช๊คอัพ ROBUST โรบัส
โช้คอัพ Profender
โช้คค้ำฝากระโปง โช้คค้ำฝาท้ายกระบะ
สน็อกเกิ้ล พลาสติกLLDPE
สน็อกเกิ้ล ทรงครอส
Snorkel Safari
ของแต่ง Pajero sport
กันแคร้ง
โป่งเย็บ รถออฟโรด 5นิ้ว
โป่งเย็บ 3นิ้ว พลาสติก ABS
อแดปเตอร์
เครื่องชาร์จแบตเตอรี่
รองเท้าลุยโคลน
Manual Lock
Led Bar Led ออฟโรด
ถังดับเพลิงพกพา
ของแต่ง Suzuki Kia Jeepทหาร
คาน เกียร์4wd
winch Warn
ผ้าเบรครถออฟโรดฺ Break Pad



จดหมายข่าว
กรุณาใส่อีเมล์ของท่าน เพื่อรับข่าวสารที่น่าสนใจ








ยินดีต้อนรับครับ เลือกชมสินค้าได้เลย เพิ่มเติม ID Line @phupha4x4
บทความ
ข้อควรรู้ในการเปลี่ยนยางใหม่ (อ่าน 3297/ตอบ 0)
ข้อควรรู้ในการเปลี่ยนยางใหม่ 
 
เมื่อถึงเวลาเปลี่ยนยางเส้นใหม่หรือชุดใหม่สำหรับรถคุณ สิ่งที่คุณควรรู้และตรวจสอบทุกครั้ง ก็คือ

1. ควรเลือกใช้ยางที่มีขนาด ชนิดโครงสร้างของยาง ลักษณะดอกยาง และความลึกร่องดอกยางที่เหมาะสมกับประเภทการใช้งาน 
2. ควรเลือกใช้ยางยี่ห้อและรุ่นเดียวกันทั้งชุด หากจำเป็นหรือหลีกเลี่ยงไม่ได้ก็ควรใส่ยางยี่ห้อ และรุ่นเดียวกันในเพลาหรือล้อคู่เดียวกัน 
3. ควรเปลี่ยนยางทั้งชุดในคราวเดียวกัน เพื่อให้ประสิทธิภาพการใช้งานของยางทุกเส้นใกล้เคียงกัน หรือเปลี่ยนครั้งละ 2 เส้นในเพลา เดียวกัน 
4. หากจำเป็นต้องเปลี่ยนคราวละ 2 เส้น ยางเส้นใหม่ควรติดตั้งที่ตำแหน่งล้อขับเคลื่อน
5. กรณีที่เลือกใช้ยางแบบทิศทางเดียว (uni-direction) ต้องตรวจดูทิศทางการหมุนของยางว่าถูกต้องไปตามทิศทางที่กำหนดหรือ   ไม่โดยสังเกตจากเครื่องหมายลูกศรที่ระบุไว้บนแก้มยาง เพราะการใส่ยางกลับทิศทางจะทำให้ประสิทธิภาพของยางในการรีดน้ำลด ลง

ในการเปลี่ยนยางเส้นใหม่หรือชุดใหม่นั้น เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการใช้งานยังมีข้อแนะนำอื่นๆ เพิ่มเติมอีก ดังนี้

1. ควรเลือกขนาดความกว้างของกระทะล้อ ที่เหมาะสมกับยางขนาดนั้นๆ (ประมาณ 70-75% ของความกว้างยาง) 
2. ต้องทำการถ่วงล้อทุกครั้งที่เปลี่ยนยาง เพื่อให้การหมุนของยางเกิดความสมดุล และไม่เกิดอาการสั่นที่พวงมาลัยและตัวรถเมื่อขับขี่    ใช้งานจริง
3. เมื่อเปลี่ยนยางใหม่ทุกครั้ง ไม่ว่าจะเปลี่ยนทั้ง 4 เส้น หรือ 2 เส้นด้านหน้า ควรต้องทำการตรวจเช็ค ศูนย์ล้อเสมอเพื่อป้องกันการ    สึกหรอผิดปกติ
 เลือกยางอย่างไรให้เหมาะกับการใช้งาน 
 
โดยปกติแล้ว บริษัทผู้ผลิตยางรถยนต์ได้ออกแบบยางเพื่อให้ผู้ขับขี่เลือกใช้ให้เหมาะสมกับสภาพการใช้งานที่แตกต่างกันไป ซึ่งมีดอก ยางลักษณะต่างๆ กัน เช่น

ดอกบล็อก 
จะมีลวดลายของดอกยางแยกเป็นอิสระต่อกัน เพื่อเพิ่มการยึดเกาะถนนและรีดน้ำได้ดี ทำให้ควบคุมพวงมาลัยได้ง่าย และช่วยในการ ทรงตัวของรถ อีกทั้งดอกยางยังสามารถระบายความร้อนได้ดีอีกด้วย ดอกยางที่มีลักษณะเป็นบล็อกเล็กๆ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการ ความเงียบและนุ่มนวลในการขับขี่ แต่หากต้องการเพิ่มประสิทธิภาพการยึดเกาะถนนก็ต้องเลือกดอกยาง ที่เป็นบล็อกใหญ่ขึ้น

นอกจากนี้ ยังมีลักษณะดอกยาง ที่เป็นดอกบล็อกเช่นกัน ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาโดยเฉพาะเรียกว่า...

ยูนิ-ไดเร็กชั่น 
ซึ่งลายดอกยางนั้น จะเป็นร่องยางขนานกันไปทั้งซ้ายและขวาในทิศทางเดียวกัน โดยจะมีลูกศรที่แก้มยางกำหนดทิศทางการหมุนของ ยางเพิ่มประสิทธิภาพในการรีดน้ำ ทำให้รถทรงตัวได้ดีในสภาพน้ำขัง ยางชนิดนี้เหมาะสำหรับรถยนต์ที่ขับขี่ ด้วยความเร็วสูงโดยเฉพาะ อย่างไรก็ตาม หากใส่ยางกลับทิศจากที่กำหนดประสิทธิภาพการรีดน้ำของยางก็จะลดลง

สำหรับผู้ที่นิยมรถขับเคลื่อน 4 ล้อ มีอีกทางเลือกหนึ่งในการเลือกยางให้เหมาะสมกับการใช้งาน ซึ่งเป็นยางที่มีลักษณะเป็นดอกยางที่ ถูกออกแบบมาให้สามารถใช้งานได้เหมาะสมกับทุกสภาพถนนในทุกฤดูกาล นั่นก็คือ

ดอก ออล เทอร์เรน 
ซึ่งเป็นลักษณะดอกบล็อกอีกแบบหนึ่ง แต่หากเป็นผู้ที่ชื่นชอบการผจญภัยในลักษณะ off-road ลุยเข้าไปในป่าแต่เพียงอย่างเดียวการ เลือกใช้ยางที่เป็นแบบ mud terrain อาจมีความเหมาะสมมากกว่า

 ยางแก้มสูง กับยางแก้มเตี้ยอันไหนดีกว่ากัน 
 

ยางแก้มสูงจะช่วยให้การขับขี่รถของคุณนุ่มนวล เนื่องจากยางแก้มสูง จะช่วยซึมซับแรงสั่นสะเทือนจากพื้นถนนได้ดี รวมทั้ง ป้องกันกระทะล้อคดหรือแตก และที่สำคัญคือ ราคาไม่แพง ซึ่งยางแก้มสูงนี้ เหมาะกับรถยนต์ที่มีลักษณะการใช้งานแบบปกติ ความเร็วระดับปานกลางถึงสูงแต่ไม่สูงมาก

ส่วนยางแก้มเตี้ยนั้น จะให้การทรงตัว ยึดเกาะถนนเพิ่มขึ้น และแม่นยำในการควบคุมบังคับทิศทาง หรือ การเข้าโค้ง แต่ก็จะมี ความกระด้างมากขึ้น เนื่องจากยางแก้มเตี้ยจะซึมซับแรงสั่นสะเทือนจากพื้น ได้น้อยลง กระทะล้ออาจคด หรือแตกได้ง่าย และที่สำคัญมีราคาแพงกว่ายางแก้มสูงด้วย

 เปลี่ยนขนาดยางและกระทะล้ออย่างไรให้ปลอดภัย 
 
หลักในการเปลี่ยนขนาดยางและกระทะล้ออย่างถูกต้อง เหมาะสม และปลอดภัย คือ มีความสามารถในการรับน้ำหนัก และเส้นผ่าศูนย์กลางของยางชุดใหม่ใกล้เคียงกับยางชุดเดิมนั้น ซึ่งมีอยู่ 2 หลักใหญ่ๆ ด้วยกัน คือ

1. การเปลี่ยนขนาดยางโดยที่ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางกระทะล้อยังคงเท่าเดิม
หลักก็คือ ให้ลดซีรีส์ลง 5 และให้เพิ่มความกว้างยางขึ้นอีก 10
ยกตัวอย่างเช่น ขนาดยางเดิม คือ 175/65R14

ให้ลดซีรีส์ลง 5 คือจากซีรีส์ 65 เป็น ซีรีส์ 60 และเพิ่มความกว้างยางอีก 10 ม.ม. คือจาก 175 ม.ม. เป็น 185 ม.ม. ในขณะที่ เส้นผ่าศูนย์กลางกระทะล้อ ยังคงเป็น 14 นิ้ว เช่นเดิม ขนาดยางใหม่ก็คือ 185/60R14 นั่นเอง

อย่างไรก็ตาม แม้เส้นผ่าศูนย์กลางกระทะล้อจะเท่าเดิม แต่ความกว้างกระทะล้อที่เหมาะสมกับยางทั้ง 2 ขนาดอาจไม่เท่ากันได้ ผู้ใช้ยางรถยนต์อย่าลืมพิจารณาจุดนี้ด้วย 

2. การเปลี่ยนขนาดยางโดยมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางกระทะล้อเพิ่มขึ้น 1 นิ้ว
หลักก็คือ ให้ลดซีรีส์ลง 10 และให้เพิ่มความกว้างยางขึ้นอีก 10
ยกตัวอย่างเช่น ขนาดยางเดิม คือ 175/70R13

เมื่อเส้นผ่าศูนย์กลางกระทะล้อเพิ่มขึ้น 1 นิ้ว จาก 13 นิ้วเป็น 14 นิ้ว ให้ลดซีรีส์ลง 10 คือจากซีรีส์ 70 เป็น ซีรีส์ 60 และเพิ่มความกว้างยางอีก 10 ม.ม. คือจาก 175 ม.ม. เป็น 185 ม.ม. ดังนั้น ขนาดยางใหม่ก็คือ 185/60R14

 ข้อคำนึงในการเปลี่ยนขนาดยางและกระทะล้อ 
 
โดยปกติ ยางและกระทะล้อที่ติดมากับรถแต่ละรุ่น จะมีขนาดเหมาะสมกับรถ เมื่อวิ่งด้วยความเร็วมาตรฐาน ตามภาวะใช้งานปกติ ของผู้ขับขี่ส่วนใหญ่อยู่แล้ว หากแต่ผู้ใช้รถบางท่าน อาจต้องการความสวยงามหรือประสิทธิภาพด้านอื่นเพิ่มขึ้น จึงเปลี่ยนขนาดยาง และกระทะล้อ จากขนาดเดิมที่ติดมากับรถ ซึ่งสิ่งที่สำคัญที่สุดในการเปลี่ยนขนาดยางและกระทะล้อ ก็คือ ความสามารถ ในการรับน้ำหนัก และเส้นผ่าศูนย์กลางของยางชุดใหม่ ควรจะใกล้เคียงกับยางชุดเดิมเป็นสำคัญ ไม่เช่นนั้นอาจจะเกิดผลเสียดังนี้

1. หากใช้ยางขนาดเล็กเกินไป ไม่เพียงจะรับน้ำหนักได้น้อยลง ยังทำให้สิ้นเปลืองน้ำมัน มาตรวัดความเร็วของรถ จะอ่านคลาดเคลื่อน จากความจริง 

2. หากใช้ยางขนาดใหญ่เกินไป ยางจะเสียดสีกับตัวรถ พวงมาลัยจะหนักทั้งขณะวิ่งช้าและจอด มาตรวัดความเร็วจะอ่านคลาดเคลื่อน เช่นเดียวกัน

ดังนั้น สำหรับรถยนต์ที่เพิ่มขนาดของขอบกระทะล้อให้ใหญ่ขึ้นจากเดิม เช่น จากขนาด 14” ไปเป็นขนาด 15” ก็จะต้อง เปลี่ยนขนาดยางด้วยเช่นกัน ซึ่งยางที่เปลี่ยนใหม่นี้ จะต้องลดขนาดของแก้มยางหรือซีรีส์ลงจากเดิม เพื่อให้มี ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ของยางใกล้เคียงกับยางขนาดเดิมให้มากที่สุด เพื่อรักษาระดับความสูงของตัวรถยนต์ให้คงเดิม และให้เครื่องยนต์สามารถทำงาน ได้ตามปกติ โดยเฉพาะอัตราเร่งและการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง รวมทั้งมาตรวัดความเร็วไม่คลาดเคลื่อนไปจากมาตรฐานเดิม

สำหรับผู้ใช้บางกลุ่ม เช่น รถกระบะขับเคลื่อน 4 ล้อแท้ๆ รวมทั้งรถกระบะขับเคลื่อน 2 ล้อที่ตกแต่งให้ดูคล้ายกับรถขับเคลื่อน 4 ล้อ มักจะนิยมเปลี่ยนขนาดกระทะล้อ และยางให้มีขนาดใหญ่ขึ้นมากกว่าเดิม หรือที่เรียกกันว่า Over Size โดยจะไม่คำนึงถึง ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางยาง และผลกระทบต่อการทำงานของเครื่องยนต์ดังที่กล่าวมา เพราะต้องการให้ยางมีขนาดแก้มยางที่สูงขึ้น ทำให้สามารถรองรับแรงกระแทก จากพื้นถนนที่ขรุขระทุรกันดารได้ดี อีกทั้งจะทำให้ระดับของตัวรถ ยกสูงขึ้นจากเดิม เพิ่มความมั่นใจ ขณะขับขี่ ลุยป่า หรือข้ามลำธารตื้นๆ ได้เป็นอย่างดี ซึ่งการเปลี่ยนขนาดของกระทะล้อ และยางให้ใหญ่ขึ้นกว่าเดิม ย่อมมีทั้งข้อดีและข้อเสียเช่นกัน

 คุณรู้หรือไม่ การถอด–ประกอบล้อกับตัวรถยนต์อย่างถูกวิธีนั้นทำอย่างไร 
 
หลายท่านอาจเคยประสบกับปัญหายางแบน หรือยางระเบิดขณะขับขี่อยู่บนถนนมาแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาก็คือ จะถอดล้อที่มีปัญหาออก และนำยางอะไหล่มาติดตั้งแทนได้อย่างไร เพราะบางครั้งอาจต้องเปลี่ยนในขณะที่มีการจราจรหนาแน่น หรืออาจอยู่ในสภาพที่ไม่สะดวกนัก ทำให้ต้องถอดเปลี่ยนในเวลาอันรวดเร็ว และที่สำคัญต้องปลอดภัย ดังนั้น การลำดับการถอด และประกอบให้ถูกต้อง จึงเป็นสิ่งที่ผู้ขับขี่รถพึงรู้เป็นอย่างยิ่ง เพราะหากปฏิบัติไม่ถูกต้อง อาจทำให้เกิดความเสียหายขึ้น กับกระทะล้อ หรือยาง และอาจนำไปสู่อันตรายกับชีวิตและทรัพย์สินได้

อย่างไรก็ตาม ก่อนที่จะกล่าวถึงการถอด-ประกอบล้อ มีข้อแนะนำเบื้องต้นดังนี้ ขณะขับขี่เมื่อทราบว่า ยางแบน อย่าหยุดรถกระทันหัน ให้ขับช้าๆ อย่างระมัดระวังไปยังที่ที่ปลอดภัยและใกล้ที่สุดที่จะไม่กีดขวางรถคันอื่นและมีพื้นที่ที่จะถอดประกอบล้อได้ แล้วจึงดับเครื่อง ใส่เบรกมือ 

สำหรับการถอดล้อออกจากตัวรถที่ถูกต้อง ควรกระทำดังนี้

การถอดล้อ กรณีที่มีฝาครอบล้อ ให้ใช้ไขควงปากแบนงัดฝาครอบล้อออกก่อน จากนั้นเริ่มถอดน็อตล้อ โดยใช้ประแจ คลายน็อต แต่ละตัวให้พอหลวมเล็กน้อย ก่อนที่จะยกรถขึ้นด้วยแม่แรง การขึ้นแม่แรง ให้ยกเพียงแค่ให้ล้อพ้นจากพื้นพอสมควร ไม่ควรยกแม่แรง สูงเกินไป เพราะอาจจะเกิดอันตรายได้ หลังจากถอดน็อต ควรเก็บน็อตที่ถอดออกแล้ว รวมไว้ด้วยกันเพื่อไม่ให้น็อตหาย หลังจากนั้น ให้ถอดล้อออกจากดุมล้อ โดยควรจะออกแรงยกล้อในขณะที่ดึงออก เพื่อป้องกันไม่ให้กระทะล้อกระแทกกับจานเบรค

เมื่อทำการถอดล้อออกจากตัวรถยนต์แล้ว การนำยางอะไหล่ประกอบเข้ากับตัวรถอย่างถูกวิธี ควรกระทำดังนี้

การประกอบล้อ เริ่มจากยกวงล้อประกอบเข้ากับดุมล้อ โดยเล็งรูน็อตที่กระทะล้อให้ตรง กับดุมล้อ ดันล้อเข้าไปในดุมล้อให้แนบสนิท แล้วใช้มือหมุนน็อตล้อทุกตัว ให้เข้าไปจนสุด เพื่อไม่ให้ล้อเกิดอาการโคลงเคลง จากนั้นจึงใช้ประแจขันน็อตให้แน่นอีกครั้ง โดยให้ ทำการขันในตำแหน่งตรงกันข้ามของน็อต สลับกันไปจนครบทุกตัว อย่าใช้ประแจขัน ก่อนที่จะใช้มือใส่น็อตเข้าที่อย่างถูกต้อง เพราะการใช้ประแจขันจนแน่น โดยที่น็อตยังไม่เข้าที่ อาจทำให้เกลียวของน็อตและดุมล้อเสียหายได้ นอกจากนี้ การขันแน่นเกินไป แม้ว่าจะใส่น็อตเข้าที่แล้ว ก็อาจทำให้เกิดความเสียหายในทำนองเดียวกัน หรืออาจทำให้การคลายน็อตครั้งหน้าทำได้ยาก ส่วนการขันน็อตที่ไม่แน่นพอ อาจทำให้น็อตล้อเคลื่อนในขณะรถวิ่ง ทำให้เกิดอาการสั่นของรถได้ หรืออาจร้ายแรง จนถึงขั้น ทำให้ล้อหลุดได้ ดังนั้น จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องขันน็อตด้วยความระมัดระวังให้แน่นอย่างเหมาะสม 

สำหรับกรณีที่มีฝาครอบล้อ เมื่อถอดและประกอบล้อแล้ว ให้ใส่ฝาครอบล้อให้เข้าที่และใส่ให้แน่นพอเช่นกัน มิฉะนั้น ฝาครอบล้อ อาจหลุดหาย หรืออาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุเป็นอันตรายกับผู้ใช้รถใช้ถนนได้

เพื่อให้เข้าใจมากขึ้น ในตอนนี้จะได้ยกตัวอย่างถึงวิธีการประกอบล้ออย่างถูกวิธี ดังนี้

ตัวอย่างในการประกอบล้อ 
เริ่มจากจุดที่ 1 จุดถัดไปคือตำแหน่งตรงกันข้ามกับจุดแรก นั่นคือ จุดที่ 2 และสลับกันไปจนครบทุกตัว การขันน็อตในลักษณะนี้ ทำให้หน้าแปลนแนบสนิทกับดุมล้อมากที่สุด ซึ่งหากหน้าแปลน ไม่แนบสนิทกับดุมล้อ อาจทำให้ กระทะล้อบิดเยื้องศูนย์กับดุมล้อ และทำให้ล้อเกิดอาการ เต้นสั่น หรือเกิดการสึก ไม่เรียบของดอกยางได้



ขอบคุณข้อมูลจาก bridgestone
เสนอความคิดเห็น
รายละเอียด : *
Fun & Emotion Icon Click here for more.
ชื่อ : *
อีเมล์ :
* กรุณากรอกตัวเลขและตัวอักษรให้ถูกต้อง
 

สินค้า/บริการ แนะนํา...
กันชนท้าย 8500 บาท
ราคา 8,500.00 บ.
กันชนหน้าวีโก้2005
ราคา 15,000.00 บ.
ชุดยก Vigo 4 นิ้ว
ราคา 40,000.00 บ.
ชุดยก Vigo 5นิ้ว 4wd คอม้าชิ้นเดียว
ราคา 42,000.00 บ.
กันชนท้าย Fortuner
ราคา 9,500.00 บ.
ชุดยก Fortuner 2นิ้ว set2
ราคา 41,900.00 บ.
Foxwing awning ฟลายชีทติดรถ
ราคา 12,000.00 บ.
Roof Top Tent บนหลังคา
ปกติ 38,000.00 บ.
พิเศษ 33,000.00 บ.
แบตเตอรรี่คุณภาพสูง optima 815A
ปกติ 13,700.00 บ.
พิเศษ 12,500.00 บ.
ชุดยกรีโว่6นิ้ว
ราคา 45,000.00 บ.
สน็อกเกิ้ล Vigo
ปกติ 4,500.00 บ.
พิเศษ 4,000.00 บ.
ชุดยก Fortuner 2นิ้ว set1
ราคา 52,900.00 บ.
ชุดยก2นิ้ว ไทเกอร์ 4x4 แหนบแอด
ราคา 4,550.00 บ.
ชุดยก 4นิ้ว ไทรทันหัวเดียว
ราคา 40,000.00 บ.
กันชนหน้า revo สามเขาเล็ก
ราคา 22,000.00 บ.
Hi-lift Jack 60นิ้ว USA
ราคา 5,000.00 บ.
ชุดยก2นิ้ว วีโก้ โช้คหน้า-หลัง แหนบแอด สาแหรก
ราคา 17,500.00 บ.
สามเหลี่ยมลากแข็ง ปรับมุมได้
ราคา 2,600.00 บ.
 



© 2001-2010. TARAD.com. All Rights Reserved.